Monday, August 26, 2013

โรงอาหารสุขสันต์



อาหารมีความสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาเด็กวัยเรียนทั้งทางด้านร่างกาย และสติปัญญา  ถ้าอาหารมีการปนเปื้อนของเชื้อโรค  หรือสารเคมีก็จะเป็นอันตรายต่อสุขภาพของนักเรียนได้  
มาตรฐานด้านอาหารสะอาด และปลอดภัย  เป็นมาตรฐานที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดขึ้นเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนทุกคนได้บริโภคอาหารที่สะอาด และปลอดภัยต่อสุขภาพ   แต่จากการสุ่มสอบถามโรงเรียนทั่วประเทศจำนวน 2,243 โรงเรียน (กรมอนามัย , 2547)  พบว่า   ร้อยละ 90.2 ของโรงเรียนทั้งหมด ยังไม่เคยได้รับการสำรวจรับรองมาตรฐานของ โรงอาหาร โรงครัว จากหน่วยงานใดเลย    ด้วยเหตุนี้  กรมอนามัยจึงเห็นความจำเป็นที่จะต้องเร่งดำเนินการเพื่อพัฒนาโรงอาหาร โรงครัว  ของโรงเรียนให้ได้มาตรฐานด้านอาหารสะอาด รสชาติอร่อย

มาตรฐาน อาหารสะอาด รสชาติอร่อย” (Clean Food Good Taste )  ซึ่งประกอบด้วยมาตรฐานที่สำคัญ 2 เรื่อง  คือ  ลักษณะทางกายภาพของโรงอาหาร โรงครัว สถานที่รับประทานอาหารที่ถูกสุขลักษณะ  และมาตรฐานด้านความสะอาดของอาหารที่จำหน่ายในโรงเรียน มาตรฐานทุกข้อถูกกำหนดขึ้นเพื่อปกป้องคุ้มครองสุขภาพเด็กและเยาวชนให้ได้รับประทานอาหารที่ สะอาด อร่อย และปลอดภัย


โรงเรียนสุราษฎร์ธานีเป็นโรงเรียนอันดับ1ของจังหวัดสุราษฎร์ธานี



ในโรงอาหารจะแบ่งเป็น 3 โซน ได้แก่ โซน A , B ,C ตามลำดับ ง่ายต่อการซื้ออาหาร โซน A จะเป็นอาหารประเภท ข้าวแกง โซน B จะเป็นอาหารประเภทส้มตำ ก๋วยเตี๋ยว และโซน C จะเป็นการขายน้ำ


โรงอาหารในโรงเรียนสุราษฎร์ธานีกับหลักสุขาภิบาล
หลักสุขาภิบาล
                การสุขาภิบาลอาหารต้องครอบคลุมไปถึงสิ่งต่างๆตั้งแต่ความสะอาดและปลอดภัยของอาหารที่ใช้ อนามัยของผู้ประกอบและผู้บริการการประกอบอาหาร การเก็บรักษาอาหาร ความสะอาดของภาชนะที่ใส่อาหาร อนามัยของสถานที่ประกอบและบริการอาหารตลอดจนการกำจัดสิ่งปฏิกูลต่างๆ
1)      ความสะอาดและความปลอดภัยของอาหาร
อาหารเป็นจุดสำคัญเริ่มต้นที่จะทำให้เป็นอันตรายหรือปลอดภัยต่อผู้บริโภค ผู้ที่มีหน้าที่จัดซื้ออาหารต้องระมัดระวังในการเลือกอาหารที่ปราศจากเชื้อโรคหรือพิษภัยต่างๆ
                2)   อนามัยของผู้ประกอบและเสิร์ฟอาหาร
ผู้ประกอบและเสิร์ฟอาหารมีความสำคัญไม่น้อยกว่าอาหาร เพราะอาหารอาจจะสะอาดปราศจากเชื้อโรค แต่ผู้ประกอบการอาจแพร่เชื้อโรคไปสู่อาหารได้ตั้งแต่การประกอบไปถึงเสิร์ฟ
                -สุขภาพ ผู้ประกอบไม่มีโรคประจำตัว เช่นโรคผิวหนัง วัณโรค
-ความสะอาดของร่างกาย มือและเล็บต้องสะอาดเสมอ ล้างมือก่อนปรุงอาหาร ผมต้องสะอาดและไม่ปล่อยให้รุงรัง


                -เสื้อผ้าและเครื่องแต่งกาย ผู้ประกอบมีการสวมใส่เสื้อกันเปื้อนและหมวกคลุมผมให้เรียบร้อย สวมถุงมือพลาสติกในการประกอบการขาย
3) อนามัยของการประกอบและเสิร์ฟอาหาร
                - การเตรียมอาหาร เตรียมอย่างสะอาด
  - การปรุงอาหาร ผู้ปรุงล้างมือสะอาด ปรุงอาหารทุกอย่างให้สุกจริงๆ

  - การชิมอาหาร ใช้ทัพพีตักแยก


                 4) การเก็บรักษาอาหารก่อนเสิร์ฟและหลังเสิร์ฟ ปกปิดภาชนะให้เรียบร้อยไม่ให้แมลงวันไต่ตอมหรือฝุ่นละอองปลิวลงไปในอาหารได้

6) การล้างและเก็บภาชนะและอุปกรณ์เครื่องใช้ ภาชนะที่ใช้แล้วต้องล้างและเก็บอย่างถูกต้องโดยมีขั้นตอนปฏิบัติดังนี้
  • ·       กวาดเศษอาหารออกให้หมด
  • ·       ล้างเศษอาหารออกให้หมดด้วยน้ำเปล่า
  • ·       ล้างด้วยน้ำยาล้างจานจนหมดสิ่งเปรอะเปื้อนและกลิ่นคาว
  • ·       ล้างน้ำให้หมดสบู่ ถ้าเป็นน้ำร้อนได้ก็ยิ่งดี
  • ·       ล้างด้วยน้ำร้อนจัดเพื่อฆ่าเชื้อโรคต่างๆ
  • ·       คว่ำตากแดดหรือผึ่งในที่สะอาดและโปร่ง

7) การกำจัดเศษอาหารและของเสีย
การกำจัดเศษอาหารและของเสียต่างๆต้องทำอย่างถูกหลักอนามัย มิฉะนั้นจะเป็นบ่อเกิดของเชื้อโรคต่างๆได้มากมายหลายอย่าง เช่น แมลงวัน แมลงสาบ ล้วนเป็นพาหะที่จะนำเชื้อโรคมาสู่คนได้ ต้องมีการกำจัดเศษอาหารทุกวัน ไม่ปล่อยให้เกิดบูดเน่าเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรค
                -เศษอาหาร เศษอาหารที่ดีควรรวมไว้ในภาชนะหนึ่งเพื่อนำไปใช้ตามความเหมาะสม



มีการแยกเศษอาหาร ภาชนะต่างๆตามถังก่อนนำไปทำความสะอาด แยกประเภทของขยะ เช่น แก้วน้ำ ขวดน้ำ ถุงพลาสติก เพื่อง่ายต่อการนำไปใช้ประโยชน์ต่อ




-น้ำทิ้ง  ต้องมีทางระบายน้ำสกปรกต่างๆให้ถูกต้อง มีที่กรองเศษอาหารออกไม่ให้ปนไปกับน้ำ จะทำให้เกิดการเน่าเหม็นง่าย ควรมีการกรองพวกไขมันออกเป็นครั้งคราวเพราะอาจอุดตันท่อน้ำได้
                              นี่คือทางระบายน้ำข้างโรงอาหาร ไว้สำหรับให้ผู้ประกอบการล้างทำความสะอาดอุปกรณ์ต่างๆ 

หลังจาก 13.00 น. โรงอาหารจะปิดทำการ ผู้ประกอบการและแม่บ้านจะช่วยกันทำความสะอาดตามบริเวณที่เป็นความรับผิดชอบของตน






Saturday, August 24, 2013

ห้องน้ำสะอาด ปราศจากโรคภัย



ห้องน้ำ


ความสำคัญของห้องน้ำ

 ห้องน้ำในเป็นความหมายทั่วไปซึ่งหมายถึง "ห้องส้วม"  ซึ่งแยกเป็นห้องถ่ายอุจจาระ  และที่ถ่ายปัสสวะ หรือเรียกรวมๆว่าห้องส้วม นอกจากนั้นยังหมายถึงห้องอาบน้ำ และอ่างล้างมือด้วย แต่ในการออกกฎกระทรวงได้จำแนกประเภทไว้สำหรับการควบคุมและการจัดสวัสดิการเกี่ยวกับห้องน้ำและห้องส้วมไว้โดยเฉพาะความสำคัญและความจำเป็นของห้องน้ำ




   1. มีความสะอาด คุณภาพของห้องน้ำวัดได้จากความสะอาดของห้องน้ำ ทั้งที่สัมผัสได้ด้วยการเห็นและการได้กลิ่น และการใช้น้ำยาเคมีสำหรับฆ่าเชื้อโรคและทำความสะอาดเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำเป็นระยะและต่อเนื่องเสมอในแต่ละวัน
 2. อุปกรณ์ห้องน้ำที่มีคุณภาพ ได้แก่ โถส้วม อ่างล้างมือ ก๊อกน้ำและสายฉีดชำระ เป็นต้น ควรเป็นอุปกรณ์ที่มีความคงทน มีมาตรฐานสำหรับการใช้งานสาธารณะได้
    3. มีความปลอดภัย ห้องน้ำในสถานศึกษาอาจถูกใช้เป็นที่สำหรับการกระทำผิดต่างๆ การดูแลเรื่องความปลอดภัย เช่น แสงสว่าที่เพียงพอ ไม่อยู่ในที่เปลี่ยว เป็นมุมอับหรือไกลเกินไป
    4.มีแหล่งจ่ายน้ำเพียงพอ แรงดันของน้ำและปริมาณของน้ำำสำหรับห้องน้ำต้องเพียงพอ โรงเรียนบางโรงเรียนจำนวนมากไม่สามารถให้บริการห้องน้ำได้ถึงแม้จะมีห้องน้ำก็ตาม เพราะขาดแหล่งจ่ายน้ำได้ตลอดเวลาที่เปิดเรียน หรือตลอดทั้งปีการศึกษา ปริมาณน้ำยังเป็นปัจจัยสำคัญโยงไปถึงความสะอาดของห้องน้ำอีกด้วย
   5. มีระบบระบายน้ำเสีย และการระบายอากาศที่ดีและการอุดตันของท่อระบายน้ำเป็นปัญหาที่พบบ่อยของห้องน้ำ การออกแบบระบบการระบายน้ำเสีย การถ่ายเทอากาศและการใช้มาตรการป้องกันการอุดตันของท่อ
  




วิธีดูแลห้องน้ำให้สะอาด

   ห้องน้ำสุขภาพดีนั้น ควรมีอากาศถ่ายเทอากาศที่ดีแสงสว่างที่ให้ความรู้สึกอ่อนโยนสบายตา และควรมีกลิ่นจรรโลงจิตใจซึ่งเราสามารถจัดแต่งและปรับปรุงห้องน้ำที่มีสุขภาพดีด้วยวิธีต่างๆโดยมีลักษณะดังนี้
 -ปลอดภัยและใช้งานสะดวก เรียกว่าเป็นปัจจัยหลักของห้องน้ำ โดยเฉพาะถ้าเป็นโรงเรียนนั้นมีเด็กเราจำเป็นต้องคัดเลือกวัสดุพอสมควร เพื่อให้ความปลอดภัยสูงสุด ไม่ว่าจะเป็นวัสดุกลอนประตูที่สามารถเปิดใช้สำรองเวลาฉุกเฉิน
  -เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ใกล้ชิดธรรมชาติ ควรเลือกคกแต่งห้องน้ำสุขภาพดีอย่างเรียบง่าย ด้วยวัสดุธรรมชาติ เช่น หิน ต้นไม้ ซึ่งสามารผสมผสานกับสุขภัณฑ์สมัยใหม่ไดเป็นอย่างดี และ






   การใช้ห้องน้ำ-ห้องส้วม 

     สำหรับนักเรียนจะแยกเป็นห้องน้ำหญิง - ห้องน้ำชาย ออกจากกันเป็นแต่ละหลัง   ซึ่งนักเรียนทุกคนจะต้องช่วยกันรักษารักษาความสะอาด ควรปฏิบัติให้ถูกต้อง ดังนี้
 1.ราดน้ำ เพื่อทำความสะอาดโถส้วมหลังจากใช้แล้วทุกครั้ง
 2.ผ้าอนามัยที่ใช้แล้ว ควรห่อให้มิดชิดก่อนทิ้งลงขยะที่ทางโรงเรียนจัดไว้ให้ อย่าทิ้งลงในโถส้วมเป็นอันขาด  เพราะอาจจะทำให้ส้วมอุดตัน       
 3.อย่าถ่ายออกนอกโถส้วม
 4.แต่งกายให้เรียบร้อยก่อนออกจากห้องส้วม
 5.ไม่ขีดเขียนข้อความให้เลอะเทอะ หรือเขียนคำหยาบ
 6.เมื่อเข้าส้วมเสร็จเรียบร้อยแล้ว ควรล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง
 7.เมื่อพบว่าน้ำเต็มถัง โอ่ง ควรรีบปิดก๊อกทันที ไม่ควรปล่อยให้น้ำไหลทิ้งโดยเปล่าประโยชน์
 8.ควรฝึกตนเองในการเข้าห้องน้ำให้เป็นเวลาจนเป็นกิจนิสัยที่ถูกต้อง
 9.ห้ามไปมั่วสุมบริเวณห้องน้ำ-ห้องส้วม





Friday, August 23, 2013

คิดซักนิดก่อนทิ้งขยะ




        ขยะหรือขยะมูลฝอย ( Refuse or Solid Waste ) หมายถึงของเสียที่อยู่ในรูปของแข็ง ซึ่งอาจจะมีความชื้นปะปนมาด้วยจำนวนหนึ่ง ขยะที่เกิดขึ้นจากอาคารที่พักอาศัย สถานที่ทําการ โรงงานอุตสาหกรรม หรือตลาดสดก็ตามจะมีปริมาณและลักษณะแตกตางกันออกไป โดยปกติแล้ววัตถุตางๆ ที่ถูกทิ้งมาในรูปของขยะนั้น จะมีทั้งอินทรียสารและอนินทรียสาร สารวัตถุต่างๆเหล่านี้บางชนิดก็สามารถย่อยสลายได้ด้วยจุลินทรีย์ในเวลาอันรวดเร็ว โดยเฉพาะพวกเศษอาหาร
เศษพืชผัก แต่บางชนิดก็ไม่อาจจะย่อยสลายได้เลยเช่นพลาสติก เศษแก้ว เป็นต้น

สาเหตุที่ทำให้เกิดขยะ
        1.ความมักง่ายและขาดความสํานึกถึงผลเสียที่จะเกิดขึ้น เป็นสาเหตุที่พบบ่อยมาก ซึ่งจะเห็นได้จาก
การทิ้งขยะลงตามพื้นหรือแหล่งน้ำโดยไมทิ้งลงในถังรองรับที่จัดไว้ให้ และโรงงานอุตสาหกรรม
บางแห่งลักลอบนําสิ่งปฏิกูลไปทิ้งตามที่ว่างเปล่


บริเวณสวนกาละเวก ณ โรงเรียนสุราษฎร์ธานี

        จากภาพ บริเวณใกล้เคียงนั้นมีถังขยะ คนส่วนใหญ่จะทิ้งขยะลงถัง และมีคนบางส่วนที่ไม่ยอมทิ้งขยะให้ลงถัง ความมักง่ายของคนเพียงไม่กี่คน ก็สามารถทำให้สถานที่นั้นดูสกปรกขึ้นได้อย่างง่ายดาย
        2.การผลิตหรือใช้สิ่งของมากเกินความจําเป็น เช่น การผลิตสินค้าที่มีกระดาษหรือพลาสติกหุ้
หลายชั้นและการซื้อสินค้าโดยห่อแยกหรอใส่ ถุงพลาสติกหลายถุงทําให้มีขยะปริมาณมาก
        3.การเก็บและทําลายหรือนําขยะไปใช้ประโยชนไมมีประสิทธิภาพ จงมีขยะตกค้างกองหมักหมม
และส่งกลิ่นเหม็นไปทั่วบริเวณจนก่อปัญหามลพิษให้กบสิ่งแวดลอม

วิธีการคัดแยกขยะ
        1. ขยะประเภทที่ 1ไดแก่เศษอาหาร ,เศษผัก สามารถนําไปเลี้ยงสัตว์ได้
        2. ขยะประเภทที่ 2 ไดแกเปลือกผลไม้ ,เศษพืช และอาหารเนาบูด
        3. ขยะประเภทที3 ได้แก่เศษกิ่งไม้ , เศษใบไม้ , วัชพืชจากการลอกคูคลองจําเป็นต้องใช้
เครื่องย่อยกิ่งไม้
        4. ขยะประเภทที่ 4 ได้แก่วัสดุสามารถ Recycle ได้
        5. ขยะประเภทที่ 5 ไดแก่สิ่งที่เหลือจากที่กล่าวข้างต้น เช่น ซากสัตว์ที่ตาย


ขยะประเภทขวดพลาสติก

        ภายในโรงเรียนสุราษฎร์ธานีมีการแยกขวดน้ำพลาสติกออกจากขยะมูลฝอยอื่น โดยการให้นักเรียนทิ้งแยกขวดต่างหาก
        และสามารถแยกชนิดของขยะไดเป็3 ชนิดใหญ่ๆ ด้วยกันคือขยะสด ขยะแห้ง และขยะอื่นๆ เช่น เถ้า ขยะดังกล่าวแตละชนิดจะแยกกันเก็บรวบรวมไวในถังขยะแตละถัง วิธีดังกลาวนี้จะทําใหเกิดมีความสะดวกมากยิ่งขึ้นในการเก็บรวบรวม เพื่อนําไปกําจัดทั้งยังจะเลือกวิธีการกําจัดได้อยางเหมาะสมอีกดวยเช่น ขยะสดนําไปกําจัดดวยวิธีหมักทําเปนปุ๋ย ขยะแหงนําไปกําจัดโดยวิธีเผาด้วยเตาเผาขยะ และพวกเถ้าก็นําไปใชถมที่ลุ่มเปนตน โดยในกรุงเทพฯจะติดตั้งถังขยะไว้ตามจุดางๆ เช่น ปายรถเมล ตลาดสด สวนสาธารณะฯลฯ โดยแยกขยะตามสีของถังขยะ


การกําจัดขยะมูลฝอยตามแผนหรือแนวคิด 5 R. และการนํากลับมาใช้ใหม่
        การกําจัดขยะมูลฝอย สิ่งสําคัญที่ควรไดรับการส่งเสริมใหมากกวาที่เปนอยู่ในปจจุบันคือการลดปริมาณขยะซึ่งมีแผนหรือแนวคิด 5 R.
        R. 1 ( Reduce ) เป็นการลดปริมาณมูลฝอยที่อาจเกดขึ้น เช่น ใช้ตะกร้าใส่ของแทนถุงพลาสติกการลดปริมาณวัสดุ ( Reduce material volume ) เปนการพยายามเลือกใช้สินคาที่บรรจุในบรรจุภัณฑ์ ขนาดใหญ่แทนบรรจุภัณฑที่มีขนาดเล็ก เพื่อลดปริมาณของบรรจุภัณฑ์ที่จะกลายเป็นขยะมูลฝอย การลดความเปนพิษ ( Reduced toxicit ) เปนการเลือกใช้ผลิตภัณฑ ที่มีความเป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด
         R. 2 ( Reuse )นําขยะมูลฝอยเศษวัสดุมาใช้ใหม่อีกหรือเปนการใชซ้ํา ใชแล้วใชอีก ๆ เชน ขวดน้ําหวานนํามาบรรจุน้ําดื่ม ขวดกาแฟที่หมดแลว นำมาใส่น้ําตาลการนําผลิตภัณฑ์กลับมาใชใหม่( Product reuse )
เปนการพยายามใช้สิ่งของต่าง ๆหลาย ๆ ครั้งกอนที่จะทิ้งหรือเลือกใช้ของใหม่
        R. 3 ( Repair ) การนํามาแก้ไข นําวัสดอุปกรณ์ที่ชํารุดเสียหายซึ่งจะทิ้งเปนมูลฝอยมาซ่อมแซมใช้ใหมเชน เกาอี้
         R. 4 ( Recycle ) การหมุนเวียนกลับมาใช้นําขยะมาแปรรูปตามกระบวนการของแตละประเภท เพื่อนํากลับมาใชประโยชนใหม หรือเปลี่ยนแปลงสภาพจากเดิมแล้วนํามาใช้ใหม่ เชน พลาสติกกระดาษ ขวดโลหะต่าง ๆ ฯลฯ นำมาหลอมใหม่ นํายางรถยนต์ที่ใชไม่ได้แลวมาทำรองเทา นําแก้วแตกมาหลอมผลิตเปนแก้วหรือกระจกใหม่ การนําวัสดุกลับมาใช้ใหม่ ( Material recycling ) เปนการนําวัสดุมาผ่านกระบวนการเพื่อผลิตเป็นสินค้าใหม่

         R. 5 ( Reject ) การหลีกเลี่ยงการใช้วัสดุที่ทําลายยากหรือวัสดุที่ใช้ครั้งเดียวแลวทิ้ง เช่น โฟม ปฏิเสธการใชผลิตภัณฑ์ที่ย่อยสลายยากหลีกเลี่ยงการใช้ที่ผิดวัตถุประสงค์